PilotPrep

ศัพท์อังกฤษข้อเขียน

คลังศัพท์อังกฤษสำหรับข้อสอบนักบิน ต้องรู้ลึกแค่ไหนและสะสมอย่างไรให้ทันสอบ

ข้อเขียนคัดเลือกนักบินเป็นภาษาอังกฤษทั้งฉบับ บทความนี้แยกให้เห็นว่าศัพท์กลุ่มไหนคุ้มที่สุด ตั้งแต่คำสั่งในโจทย์ ศัพท์คณิตฟิสิกส์ ไปจนถึงศัพท์การบิน พร้อมวิธีสะสมที่ใช้ได้จริง

สอบข้อเขียนอ่าน 10 นาทีปรับปรุง 2026-09-12
ภาพประกอบกลุ่มคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ในข้อเขียนคัดเลือกนักบิน แยกเป็นคำสั่งโจทย์ ศัพท์วิชาการ และศัพท์การบิน
ภาพ: Arturo Añez. / Pexels

คำตอบสั้น ๆ

ศัพท์ที่จำเป็นในข้อเขียนคัดเลือกนักบินไม่ใช่ศัพท์วรรณกรรม แต่เป็นศัพท์ที่ใช้สั่งงานและอธิบายปริมาณ แบ่งได้สี่กลุ่มคือคำสั่งในโจทย์ ศัพท์คณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ศัพท์การบินและหน่วยวัด และคำเชื่อมที่กำหนดเงื่อนไขของประโยค จำนวนคำที่ต้องรู้จริงจึงน้อยกว่าที่กลัว แต่ต้องรู้แบบเห็นแล้วเข้าใจทันทีโดยไม่ต้องแปลในหัว เพราะเวลาต่อข้อในห้องสอบสั้นมาก

คนที่กำลังเตรียมสอบมักถามว่าต้องเก่งภาษาอังกฤษระดับไหนถึงจะรอด คำถามนี้ตอบยากถ้าวัดเป็นระดับ แต่ตอบง่ายมากถ้าวัดเป็นงาน สิ่งที่ข้อสอบต้องการคือการอ่านโจทย์สั้น ๆ ให้เข้าใจถูกต้องในครั้งเดียว ไม่ใช่การเขียนเรียงความหรือการโต้แย้งเชิงวิชาการ เมื่อมองแบบนี้ ขอบเขตของคำที่ต้องรู้จะแคบลงทันทีและวางแผนสะสมได้จริง

ต้องแยกให้ชัดก่อนว่าภาษาอังกฤษเข้ามาเกี่ยวข้องสองทางที่ไม่เหมือนกัน ทางแรกคือเป็นคุณสมบัติผู้สมัคร ในประกาศรอบปี 2569 ของโครงการนักบินฝึกหัดการบินไทยระบุผลสอบ TOEIC แบบ Personal ตั้งแต่ 650 ขึ้นไป หรือ THAI TEP ตั้งแต่ 63 ขึ้นไป ซึ่งเป็นเกณฑ์ยื่นสมัคร ไม่ใช่ด่านสอบ รายละเอียดเรื่องนี้อยู่ที่ เกณฑ์คะแนน TOEIC สำหรับนักบินฝึกหัด ทางที่สองคือภาษาที่ใช้ในตัวข้อสอบเอง ซึ่งเป็นเรื่องคนละอย่างกัน

ภาษาในข้อสอบต่างจากภาษาในแบบวัดระดับ

แบบวัดระดับภาษาอังกฤษออกแบบมาเพื่อวัดว่าสื่อสารในที่ทำงานได้ดีแค่ไหน เนื้อหาจึงเป็นอีเมล ประกาศ และบทสนทนา แต่ข้อเขียนคัดเลือกนักบินใช้ภาษาอังกฤษเป็นเพียงภาชนะบรรจุโจทย์คำนวณและคำถามความรู้ ประโยคจึงสั้น ตรง และเต็มไปด้วยคำเฉพาะทาง คนที่ได้คะแนนวัดระดับสูงแต่ไม่เคยอ่านโจทย์ฟิสิกส์เป็นภาษาอังกฤษ ก็ยังสะดุดได้ในห้องสอบ

ภาพที่ 1

ศัพท์ที่แบบวัดระดับเน้นกับศัพท์ที่ข้อเขียนเน้น

ไม่ได้แปลว่าการเตรียมสอบวัดระดับไม่มีประโยชน์ แต่ต้องเติมอีกชุดหนึ่งที่แบบวัดระดับแทบไม่แตะ

แบบวัดระดับภาษาอังกฤษข้อเขียนคัดเลือกนักบิน
ศัพท์ธุรกิจและงานสำนักงานศัพท์ปริมาณ หน่วยวัด และการคำนวณ
บทอ่านยาวหลายย่อหน้าโจทย์สั้นที่ต้องตีความถูกในครั้งเดียว
เดาความหมายจากบริบทได้คำเดียวผิดความหมายก็ตอบผิดทั้งข้อ

สี่กลุ่มศัพท์ที่คุ้มที่สุด

เมื่อไล่ดูโจทย์ที่ผู้เคยเข้าสอบเล่าไว้ คำที่โผล่ซ้ำแทบทั้งหมดตกอยู่ในสี่กลุ่ม การเรียงลำดับสะสมตามกลุ่มทำให้เห็นความคืบหน้าเร็วกว่าการท่องรายการคำยาวเรียงตามตัวอักษร เพราะคำในกลุ่มเดียวกันจะมาด้วยกันในโจทย์จริงและช่วยกันเองในการจำ

กลุ่มศัพท์ตัวอย่างคำที่พบบ่อยทำไมจึงสำคัญ
คำสั่งในโจทย์estimate, approximately, except, at least, respectively, determineตีความผิดแม้คำเดียวก็ทำทั้งข้อพัง ทั้งที่คำนวณถูก
ศัพท์คณิตศาสตร์ratio, remainder, average, perimeter, adjacent, consecutiveเป็นคำที่ระบุว่าโจทย์ถามค่าอะไรกันแน่
ศัพท์ฟิสิกส์และหน่วยวัดvelocity, acceleration, pressure, density, friction, altitudeคุมความเข้าใจโจทย์แรงและการเคลื่อนที่ทั้งหมด
ศัพท์การบินทั่วไปrunway, heading, crosswind, payload, cruise, clearanceใช้ทั้งในหมวดความรู้ทั่วไปและในรอบสัมภาษณ์

สะสมศัพท์อย่างไรให้ใช้ได้ในห้องสอบ

การจำคำได้กับการใช้คำได้ทันเป็นคนละสภาพกัน ในห้องสอบไม่มีเวลาแปลจากอังกฤษเป็นไทยแล้วค่อยคิด สิ่งที่ต้องสร้างคือความคุ้นที่ทำให้เห็นคำแล้วนึกภาพออกทันที วิธีที่ได้ผลที่สุดจึงไม่ใช่การอ่านรายการคำซ้ำ ๆ แต่คือการเจอคำนั้นในโจทย์จริงหลาย ๆ ครั้งในบริบทที่ต่างกัน

ภาพที่ 2

วงจรสะสมศัพท์จากโจทย์จริง

หนึ่งรอบใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที และทำได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ

  1. ทำโจทย์ภาษาอังกฤษหนึ่งชุดสั้น
  2. วงคำที่สะดุด
  3. จดคำพร้อมประโยคที่เจอ
  4. เขียนความหมายด้วยคำของตัวเอง
  5. ทบทวนคำเก่าก่อนเริ่มชุดใหม่

ขั้นที่คนมักข้ามคือการจดประโยคที่เจอคำนั้นลงไปด้วย คำเดี่ยว ๆ ที่มีคำแปลไทยกำกับจะจำได้ไม่นานเพราะไม่มีอะไรให้ยึด แต่ประโยคหนึ่งบรรทัดทำให้เห็นว่าคำนั้นทำหน้าที่อะไรในโจทย์ และเวลาที่เจอซ้ำในรูปแบบอื่นก็ยังเข้าใจได้ ส่วนการเขียนความหมายด้วยคำของตัวเองบังคับให้เข้าใจจริง ไม่ใช่แค่จำคำแปล

  1. ตั้งเป้าเป็นจำนวนคำต่อสัปดาห์ที่ทำได้จริง แล้วรักษาให้สม่ำเสมอมากกว่าตั้งเป้าสูงแล้วหลุด
  2. แยกสมุดคำออกเป็นสี่กลุ่มตามตารางข้างบน อย่าผสมกันเป็นรายการเดียว
  3. อ่านออกเสียงคำที่จดทุกครั้ง เพราะจะช่วยตอนรอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษด้วย
  4. ทบทวนคำเก่าก่อนเรียนคำใหม่เสมอ ไม่เช่นนั้นคำที่สะสมไว้จะรั่วออกเร็วกว่าที่เติมเข้าไป
  5. ฝึกอ่านโจทย์ภาษาอังกฤษแบบจับเวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งตามแนวทางใน วิธีซ้อมข้อเขียนให้เหมือนสนามจริง

ลองทำจริงในหน้านี้

เทียบชุดอักขระ

การอ่านคำยาวให้ตรงตัวอักษรโดยไม่กวาดผ่านเป็นทักษะเดียวกับที่ใช้ตอนแยกคำที่หน้าตาคล้ายกันในโจทย์ภาษาอังกฤษ

ทดลองฟรี ไม่ต้องสมัคร

เทียบชุดอักขระ

นับจุดต่างของรหัสสองชุดให้ทันเวลา ข้อสอบจริงให้เวลาราว 6 วินาทีต่อคู่

8 ข้อ2 นาทีเฉลยพร้อมคำอธิบายทุกข้อ

ต้องการชุดเต็มและการเก็บผล ดูหน้าแบบฝึกนี้

คำที่หน้าตาคล้ายกันแต่เปลี่ยนคำตอบทั้งข้อ

กับดักที่เจ็บที่สุดไม่ใช่คำยากที่ไม่รู้จัก เพราะคำที่ไม่รู้จักยังรู้ตัวว่าไม่รู้ แต่เป็นคำที่คิดว่ารู้แล้วแปลผิด เช่นการอ่าน except เป็น expect หรืออ่าน at most เป็น at least ซึ่งพลิกความหมายของโจทย์ไปคนละทาง วิธีป้องกันที่ได้ผลคือเมื่อเจอคำกลุ่มนี้ในโจทย์ ให้ชะลอหนึ่งจังหวะแล้วอ่านซ้ำเฉพาะวลีนั้น ไม่ใช่อ่านทั้งข้อใหม่

อีกกลุ่มที่ควรระวังคือหน่วยวัดที่เขียนย่อ การอ่าน km ต่อชั่วโมงเป็นไมล์ต่อชั่วโมงหรือสลับฟุตกับเมตร ทำให้คำนวณถูกทุกขั้นแต่ได้คำตอบผิด ผู้สมัครที่ฝึกแปลงหน่วยจนคล่องจะได้เปรียบตรงนี้ เพราะมองเห็นตั้งแต่แรกว่าคำตอบควรอยู่ในช่วงไหน และจะรู้ตัวทันทีเมื่อผลลัพธ์ออกมาผิดขนาด ส่วนภาพรวมว่าภาษาอังกฤษเข้ามาเกี่ยวข้องกับด่านไหนบ้างดูได้ที่ แผนที่ด่านคัดเลือกนักบินทั้งหมด

สรุปสั้น ๆ

  • ศัพท์ที่ต้องรู้จริงมีสี่กลุ่ม และกลุ่มคำสั่งในโจทย์คือกลุ่มที่คืนทุนเร็วที่สุด
  • ผลสอบวัดระดับเป็นคุณสมบัติผู้สมัคร คนละเรื่องกับภาษาที่ใช้ในตัวข้อสอบ
  • สะสมคำจากโจทย์จริงพร้อมประโยคที่เจอ ได้ผลกว่าการท่องรายการคำเรียงตัวอักษร
  • เป้าหมายคือเห็นคำแล้วเข้าใจทันที ไม่ใช่แปลเป็นไทยในหัวก่อนแล้วค่อยคิด
  • ระวังคำที่หน้าตาคล้ายกันและหน่วยวัดย่อ เพราะทำให้คำนวณถูกแต่ตอบผิด

คำถามที่พบบ่อย

ต้องท่องศัพท์กี่คำถึงจะพอสำหรับข้อเขียน

ไม่มีจำนวนทางการที่ประกาศไว้ และการตั้งเป้าเป็นจำนวนคำก็ไม่ช่วยเท่าการเก็บให้ครบกลุ่ม สิ่งที่ควรทำคือเก็บคำสั่งในโจทย์กับศัพท์คณิตฟิสิกส์ให้ครบก่อน แล้วค่อยขยายไปยังศัพท์การบินตามที่เจอจริงในโจทย์

คะแนนวัดระดับภาษาอังกฤษสูงแล้วข้ามการเตรียมศัพท์ได้ไหม

ข้ามไม่ได้ทั้งหมด เพราะแบบวัดระดับเน้นภาษาที่ใช้ในที่ทำงาน ส่วนข้อเขียนเน้นศัพท์ปริมาณ หน่วยวัด และคำสั่งในโจทย์ คนที่คะแนนสูงจะเริ่มต้นได้เร็วกว่า แต่ยังต้องเติมชุดคำเฉพาะทางอยู่ดี

ควรจดคำศัพท์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ

เขียนความหมายด้วยคำของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ ได้ยิ่งดี เพราะบังคับให้คิดเป็นภาษานั้นโดยตรง แต่ถ้ายังไม่ถนัด ให้จดเป็นไทยควบคู่กับประโยคตัวอย่างภาษาอังกฤษที่เจอคำนั้น อย่าจดคำแปลลอย ๆ เพียงอย่างเดียว

ศัพท์การบินเฉพาะทางต้องรู้ลึกถึงระดับคู่มือเครื่องบินไหม

ไม่จำเป็นในขั้นตอนคัดเลือก สิ่งที่ควรรู้คือคำที่ใช้เรียกส่วนประกอบหลัก สภาพอากาศ และการปฏิบัติการทั่วไปที่ปรากฏในข่าวการบิน ความรู้ระดับลึกจะได้เรียนเป็นระบบในหลักสูตรหลังผ่านการคัดเลือกแล้ว

ฝึกอ่านโจทย์ภาษาอังกฤษให้เร็วขึ้นได้อย่างไร

ให้ฝึกอ่านโจทย์แบบจับเวลาและบังคับตัวเองไม่ให้ย้อนกลับไปอ่านซ้ำทั้งประโยค ยกเว้นวลีที่มีคำสั่งสำคัญ เมื่อทำซ้ำทุกวัน สายตาจะเริ่มจับโครงของโจทย์ได้เองว่าตรงไหนคือข้อมูลและตรงไหนคือคำถาม

แหล่งข้อมูลที่ใช้

ลองฝึกต่อ

อ่านจบแล้วลองทำจริงสักชุด

แบบฝึกในระบบพัฒนาทักษะประเภทเดียวกับที่ข้อสอบคัดเลือกวัด ทดลองได้โดยไม่ต้องสมัคร ถ้าสมัครไว้ ผลของทุกชุดจะถูกเก็บต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่าความแม่นยำและความเร็วขยับขึ้นจริงหรือไม่ และควรกลับไปซ้อมเรื่องไหนก่อน

ผู้เขียนและการตรวจทาน

เขียนโดย
ทีมวิชาการ PilotPrep
ตรวจทานโดย
ทีมตรวจทานข้อมูล PilotPrep
เผยแพร่
2026-09-12
ตรวจทานล่าสุด
2026-09-12

เนื้อหานี้อธิบายหลักการของการคัดเลือกและแบบทดสอบความถนัด ไม่ใช่ข้อสอบของสายการบินใด และไม่ได้รับรองผลการคัดเลือกของที่ใด อ่านนโยบายเนื้อหาและวิธีตรวจทาน