PilotPrep

เส้นทางคัดเลือก

7 ด่านคัดเลือก Student Pilot 2569 ต้องเจออะไรบ้าง และเตรียมตัวยังไง

ไล่ทีละด่านตั้งแต่ข้อเขียน 19 เมษายน 2569 ตรวจร่างกาย Class 1 สัมภาษณ์สายการบิน ชุดทดสอบความถนัดสามวัน ไปจนถึงตรวจจิตวิทยาการบิน พร้อมเกณฑ์ที่ประกาศไว้และวิธีเตรียมตัวของแต่ละด่าน

สมัคร Student Pilotอ่าน 16 นาทีปรับปรุง 2026-09-12
แผนภาพเส้นทางคัดเลือกนักบินฝึกหัดเจ็ดด่านเรียงตามลำดับ
ภาพ: Salva F. Ayala / Pexels

คำตอบสั้น ๆ

การคัดเลือกนักบินฝึกหัดของการบินไทยปี 2569 แบ่งเป็นเจ็ดด่าน คือสอบข้อเขียน ตรวจร่างกาย Class 1 สัมภาษณ์สายการบิน ทดสอบความถนัด ทดสอบการทำงานเป็นทีม สัมภาษณ์รายบุคคล และตรวจจิตวิทยาการบิน สามด่านกลางประกาศรวมกันเป็นชุดเดียวในชื่อ Aptitude Tests แต่เป็นการวัดคนละแบบและคนละวัน

โครงการ Student Pilot ปี 2569 แบ่งการคัดเลือกเป็นเจ็ดด่าน เรียงตามลำดับที่ผู้สมัครต้องเจอจริง คือสอบข้อเขียน ตรวจร่างกาย Class 1 สัมภาษณ์สายการบิน ทดสอบความถนัด ทดสอบการทำงานเป็นทีม สัมภาษณ์รายบุคคล และตรวจจิตวิทยาการบิน สามด่านกลางถูกประกาศรวมกันเป็นชุดเดียวในชื่อ Aptitude Tests หรือที่ผู้สมัครเรียกกันว่ารอบ Professor แต่เป็นการวัดคนละแบบและคนละวัน บทความนี้แยกออกมาให้เห็นทีละด่าน เพราะการเตรียมตัวของแต่ละด่านไม่เหมือนกันเลย

ก่อนจะไล่เจ็ดด่านทีละด่าน ควรเห็นภาพรวมทั้งเส้นทางก่อนสักครั้ง เพราะบางด่านต้องเตรียมล่วงหน้าหลายเดือนขณะที่บางด่านเตรียมได้ในสัปดาห์สุดท้าย ถ้ายังไม่เคยเห็นเส้นทางคัดเลือกแบบเต็มรูป ลองไล่ดูที่ เส้นทางคัดเลือกนักบินทั้งหมด เพื่อดูว่าด่านทั้งเจ็ดนี้วางเรียงกันตรงไหนของภาพรวมทั้งหมด

ภาพที่ 1

เส้นเวลาคร่าว ๆ ของเจ็ดด่าน

ลำดับด่านที่ผู้สมัครต้องเจอจริง เรียงจากด่านแรกถึงด่านสุดท้าย อ่านรายละเอียดของแต่ละด่านเพิ่มเติมได้ที่ [[/learn/pilot-exam-overview|ภาพรวมสอบข้อเขียนนักบิน]] ควบคู่กับตารางสรุปด้านล่างของบทความนี้

  1. 1ข้อเขียน
  2. 2ตรวจร่างกาย Class 1
  3. 3สัมภาษณ์สายการบิน
  4. 4ทดสอบความถนัด
  5. 5ทำงานเป็นทีม
  6. 6สัมภาษณ์รายบุคคล
  7. 7ตรวจจิตวิทยาการบิน

ด่านที่ 1 — Basic Knowledge Test

ด่านแรกคือข้อเขียนความรู้พื้นฐาน ประกาศระบุหัวข้อไว้สี่กลุ่ม คือคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ความรู้ทั่วไป และความรู้เกี่ยวกับการบินไทย สอบวันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 08.00 ถึง 13.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ข้อสอบทั้งฉบับเป็นภาษาอังกฤษ

  • คณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลาย เน้นพีชคณิต อัตราส่วน ร้อยละ และตรีโกณมิติพื้นฐาน
  • ฟิสิกส์ที่ใช้บ่อยคือกลศาสตร์ แรงและการเคลื่อนที่ ความดัน และคลื่นเสียง
  • ความรู้ทั่วไปครอบคลุมข่าวปัจจุบันและภูมิศาสตร์การบิน
  • ความรู้เกี่ยวกับการบินไทยคือส่วนที่หาอ่านได้จากเว็บไซต์บริษัทโดยตรง และเป็นส่วนที่หลายคนลืมเตรียม

ความยากของด่านนี้ไม่ได้อยู่ที่โจทย์รายข้อ แต่อยู่ที่การสลับหมวดในเวลาจำกัดโดยไม่เสียจังหวะ วิธีเตรียมที่ได้ผลคือฝึกจับเวลาทีละหมวดจนความแม่นนิ่งก่อน แล้วค่อยฝึกรวมทั้งฉบับ การคำนวณเลขในหัวให้เร็วช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าที่คิด เพราะทุกวินาทีที่ประหยัดจากข้อง่ายคือเวลาที่เหลือให้ข้อยาก

ลองทำจริงในหน้านี้

คิดเลขเร็ว

ลองจับเวลาคิดเลขเร็วดูก่อนสักชุด จะเห็นทันทีว่าความเร็วในหัวของเราพอกับข้อสอบที่ต้องสลับหมวดหรือยัง

ทดลองฟรี ไม่ต้องสมัคร

คิดเลขเร็ว

บวก ลบ คูณ หาร และหาเครื่องหมายที่หายไปให้ทันในเวลา 10 วินาทีต่อข้อ

8 ข้อ2 นาทีเฉลยพร้อมคำอธิบายทุกข้อ

ต้องการชุดเต็มและการเก็บผล ดูหน้าแบบฝึกนี้

ด่านที่ 2 — ตรวจร่างกาย Class 1

ตรวจที่สถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศ ด่านนี้ไม่มีข้อสอบให้ติว แต่มีเกณฑ์ที่ต้องเตรียมล่วงหน้าเป็นเดือน ไม่ใช่วันสองวัน

รายการเกณฑ์ที่ประกาศไว้สิ่งที่ต้องวางแผนล่วงหน้า
ดัชนีมวลกายไม่เกิน 30ลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างน้อย 3 เดือน
สายตาสั้นไม่เกิน 600ตรวจวัดค่าล่าสุดก่อน อย่าใช้ค่าจากใบสั่งแว่นเก่า
สายตายาวไม่เกิน 500ตรวจวัดค่าล่าสุดเช่นกัน
สายตาเอียงไม่เกิน 200ตรวจวัดค่าล่าสุดเช่นกัน
ผ่าตัดแก้สายตาPRK, LASIK หรือ ReLEx SMILE ต้องผ่านมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันตรวจจริง ไม่ใช่วันปิดรับสมัคร

รายการตรวจอื่นครอบคลุมการได้ยิน ระบบหัวใจและหลอดเลือด และผลเลือดพื้นฐาน ตามคำบอกเล่าของผู้เคยผ่านด่านนี้ การนอนให้พอและงดแอลกอฮอล์ล่วงหน้าหลายวันช่วยให้ค่าผลเลือดไม่แกว่งโดยไม่จำเป็น เกณฑ์ทั้งหมดเปลี่ยนได้ตามปี จึงควรอ่านประกาศฉบับล่าสุดก่อนตัดสินใจเรื่องการผ่าตัดแก้สายตา

ด่านที่ 3 — สัมภาษณ์สายการบิน

ด่านนี้พบกรรมการที่เป็นนักบินและผู้บริหารของสายการบิน เอกสารทางการฉบับเก่าระบุว่ามีกรรมการสามคนต่อผู้สมัครหนึ่งคน ใช้เวลา 20 ถึง 60 นาที ส่วนผู้เคยสอบในปีหลังเล่าว่าจัดเป็นกลุ่มราวแปดคน รวมเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง มีการแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษและมีมินิเทสต์สั้น ๆ แทรก รูปแบบจึงเปลี่ยนได้ตามปี แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ และคำถามวนอยู่กับแรงจูงใจ ความเข้าใจในอาชีพ และการทำงานกับคนอื่น

  1. เตรียมแนะนำตัว 60 ถึง 90 วินาที ที่บอกได้ว่าเราคือใครและมาที่นี่ทำไม
  2. เตรียมสามเรื่องจริงจากชีวิตตัวเอง เรื่องที่ทำงานกับคนอื่น เรื่องที่ล้มเหลว และเรื่องที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  3. อ่านข้อมูลบริษัทให้พอพูดได้ว่ารู้จักฝูงบิน เส้นทาง และทิศทางธุรกิจคร่าว ๆ
  4. ซ้อมออกเสียงคำเฉพาะทางการบินให้คล่อง เพราะการสะดุดคำง่าย ๆ ทำให้ดูไม่มั่นใจกว่าที่เป็นจริง

ด่านที่ 4 — Aptitude Cognitive Test

ด่านแรกของชุด Professor เป็นข้อเขียนความถนัดแบบกระดาษเกือบเต็มวัน สถาบันภายนอกที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการทดสอบตามเอกสารทางการฉบับเก่า หมวดที่ระบุไว้ครอบคลุมความเข้าใจเชิงเทคนิค ความไวและความแม่นในการรับรู้ การอ่านหน้าปัดเครื่องมือ ตรรกะ มิติสัมพันธ์ ความจำระยะสั้น และตัวเลข แต่ละหมวดจับเวลาแยกกันและทำเสร็จแล้วห้ามย้อนกลับ

นี่คือด่านเดียวในเจ็ดด่านที่ฝึกล่วงหน้าได้ตรงตัวที่สุด เพราะรูปแบบโจทย์ซ้ำเดิมทุกปีแม้ตัวเลขจะเปลี่ยน ลำดับการฝึกที่ได้ผลคือไล่ทีละหมวดจนแม่นเกิน 85 เปอร์เซ็นต์ แล้วค่อยฝึกสลับหมวดต่อเนื่องเพื่อจำลองความล้าสะสมของวันจริง ความแม่นภายใต้เวลาสำคัญกว่าการคิดถูกแบบไม่จำกัดเวลา

ด่านที่ 4 ถึง 6 ที่ประกาศรวมกันเป็นชุด Aptitude Tests มีรายละเอียดแยกเป็นรายทักษะอยู่ใน คู่มือ Pilot Aptitude Test เหมาะสำหรับใครที่อยากฝึกเจาะเป็นทักษะย่อยแทนการอ่านภาพรวมจากบทความนี้อย่างเดียว

ลองทำจริงในหน้านี้

กวาดสายตาแผงหน้าปัด

การอ่านหน้าปัดเครื่องมือเป็นหมวดที่คนไม่เคยฝึกเสียคะแนนง่ายที่สุด ลองชุดสั้น ๆ ดูว่าตายังจับค่าผิดปกติได้ทันไหม

ทดลองฟรี ไม่ต้องสมัคร

กวาดสายตาแผงหน้าปัด

อ่านเข็มให้ตรงขีด หามาตรวัดที่หลุดแถบเขียว และอ่านนาฬิกาเข็มภายใต้เวลาจำกัด

6 ข้อ3 นาทีเฉลยพร้อมคำอธิบายทุกข้อ

ต้องการชุดเต็มและการเก็บผล ดูหน้าแบบฝึกนี้

ลองทำจริงในหน้านี้

หมุนลูกบาศก์

มิติสัมพันธ์เป็นอีกหมวดที่พัฒนาได้ชัดถ้าฝึกสม่ำเสมอ ลองหมุนลูกบาศก์ในหัวดูสักชุด

ทดลองฟรี ไม่ต้องสมัคร

หมุนลูกบาศก์

หมุนลูกบาศก์ในหัวตามคำสั่ง แล้วเลือกภาพที่ตรงกับผลลัพธ์ โดยไม่หลงกับภาพในกระจก

5 ข้อ5 นาทีเฉลยพร้อมคำอธิบายทุกข้อ

ต้องการชุดเต็มและการเก็บผล ดูหน้าแบบฝึกนี้

ด่านที่ 5 — Teamwork Exercise

ด่านที่สองของชุด Professor เป็นกิจกรรมกลุ่มเต็มวัน ให้คะแนนเป็นรายบุคคลแม้จะทำงานร่วมกันเป็นทีม มิติที่เอกสารทางการฉบับเก่าระบุไว้ ได้แก่ ความร่วมมือ ทัศนคติ ความคิดริเริ่ม การสื่อสาร และการรับฟัง สิ่งที่ถูกมองไม่ใช่ว่าทีมทำโจทย์สำเร็จหรือไม่ แต่เป็นพฤติกรรมของแต่ละคนระหว่างทาง โดยเฉพาะตอนที่ทีมเริ่มไม่ลงรอยกันหรือเวลาเหลือน้อย

ด่านที่ 6 — สัมภาษณ์รายบุคคล

ด่านที่สามของชุด Professor เป็นการทดสอบรายบุคคลด้วยคอมพิวเตอร์ ตามด้วยการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบทดสอบคอมพิวเตอร์วัดงานคู่ขนาน การควบคุมด้วยจอยสติ๊ก ความทนต่อความเครียด และความตื่นตัวต่อเนื่อง จากนั้นผู้ประเมินจะถามย้อนสิ่งที่ทำไปในสองด่านก่อนหน้า รวมถึงประวัติส่วนตัวและเหตุผลในการเลือกอาชีพนี้

ลองทำจริงในหน้านี้

งานคู่ขนาน

งานคู่ขนานคือหัวใจของด่านนี้ ลองทำสองอย่างพร้อมกันดูสักชุด จะรู้ว่าความแม่นตกตอนไหน

ทดลองฟรี ไม่ต้องสมัคร

งานคู่ขนาน

คุมเป้าให้อยู่กลางวงตลอดเวลา พร้อมตอบคำถามคิดเลขและสลับกฎไปด้วย

6 ข้อ4 นาทีเฉลยพร้อมคำอธิบายทุกข้อ

ต้องการชุดเต็มและการเก็บผล ดูหน้าแบบฝึกนี้

ด่านที่ 7 — ตรวจจิตวิทยาการบิน

ด่านสุดท้ายตรวจที่สถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศ ซึ่งเป็นคนละหน่วยงานและคนละวันกับการสัมภาษณ์รายบุคคลในด่านที่ 6 เนื้อหาเป็นแบบวัดบุคลิกภาพและความมั่นคงทางอารมณ์ ร่วมกับการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีเนื้อหาให้ท่องมาตอบ สิ่งที่ช่วยได้จริงคือพักผ่อนให้พอและตอบตามความจริง เพราะแบบวัดลักษณะนี้มีข้อตรวจสอบความสอดคล้องของคำตอบอยู่ในตัว การพยายามเดาคำตอบที่คิดว่าถูกใจมักทำให้ผลออกมาแย่กว่าเดิม

สรุปทั้งเจ็ดด่านในตารางเดียว

ด่านสถานที่หรือรูปแบบเตรียมล่วงหน้าเท่าไร
1 สอบข้อเขียนม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 19 เมษายน 2569 เวลา 08.00 ถึง 13.00 น.2 ถึง 4 เดือน
2 ตรวจร่างกาย Class 1สถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศ3 เดือนขึ้นไป สำหรับน้ำหนักและสายตา
3 สัมภาษณ์สายการบินสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ อาจเป็นกลุ่มหรือรายบุคคล2 ถึง 4 สัปดาห์
4 ทดสอบความถนัดข้อเขียนความถนัดหลายหมวด จับเวลาแยกกัน8 ถึง 12 สัปดาห์
5 ทำงานเป็นทีมกิจกรรมกลุ่มเต็มวัน ให้คะแนนรายบุคคลฝึกจากงานกลุ่มจริงในชีวิตประจำวัน
6 สัมภาษณ์รายบุคคลแบบทดสอบคอมพิวเตอร์และสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง4 ถึง 8 สัปดาห์
7 ตรวจจิตวิทยาการบินสถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศพักผ่อนและทบทวนเรื่องราวตัวเอง 1 ถึง 2 สัปดาห์

ถ้าเพิ่งเริ่มและยังไม่รู้ว่าตัวเองอ่อนด้านไหน วิธีที่เร็วที่สุดคือทำชุดวัดพื้นฐานให้ครบทุกด้านก่อนหนึ่งรอบ แล้วค่อยเลือกฝึกด้านที่ห่างเป้ามากที่สุด ไม่ใช่ฝึกด้านที่ทำแล้วสนุกที่สุด เพราะด่านที่ 4 ให้คะแนนทุกหมวด ไม่ได้ให้คะแนนเฉพาะหมวดที่เราถนัด

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมบางที่บอกว่ามี 5 รอบ ไม่ใช่ 7 ด่าน

เพราะประกาศรวมด่านที่ 4 ถึง 6 ไว้เป็นชุดเดียวในชื่อ Aptitude Tests การนับแบบรวมจึงได้ห้า ส่วนการนับแบบแยกได้เจ็ด เนื้อหาที่ต้องเจอเท่ากัน ต่างแค่วิธีนับ บทความนี้เลือกนับแบบแยกเพราะการเตรียมตัวของสามด่านนั้นไม่เหมือนกันเลย

ต้องมีคะแนน TOEIC ก่อนสมัครเลยไหม

ต้องมีก่อนยื่นใบสมัคร ประกาศปี 2569 ระบุ TOEIC แบบ Personal ตั้งแต่ 650 ขึ้นไป หรือ THAI TEP ตั้งแต่ 63 ขึ้นไป ไม่ใช่การสอบที่จัดให้ระหว่างกระบวนการคัดเลือก ใครที่ยังไม่มีคะแนนควรจองสอบให้ทันก่อนวันปิดรับสมัคร

ผ่าตัดสายตามาแล้วสมัครได้ไหม

ได้ ถ้าเป็น PRK, LASIK หรือ ReLEx SMILE และผ่านการผ่าตัดมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีก่อนวันตรวจร่างกาย ค่าสายตาหลังผ่าตัดก็ยังต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ประกาศไว้ ควรตรวจวัดค่าล่าสุดก่อนตัดสินใจสมัคร

ด่านไหนที่ควรเริ่มฝึกก่อนถ้ามีเวลาน้อย

ด่านที่ 4 คือด่านที่ฝึกแล้วเห็นผลชัดที่สุด เพราะรูปแบบโจทย์ซ้ำเดิมและวัดความแม่นภายใต้เวลา ส่วนด่านที่ 2 ต้องเริ่มพร้อมกันตั้งแต่วันนี้ เพราะน้ำหนักและสายตาเป็นเรื่องที่เร่งไม่ได้ในสัปดาห์สุดท้าย

แหล่งข้อมูลที่ใช้

ลองฝึกต่อ

อ่านจบแล้วลองทำจริงสักชุด

แบบฝึกในระบบพัฒนาทักษะประเภทเดียวกับที่ข้อสอบคัดเลือกวัด ทดลองได้โดยไม่ต้องสมัคร ถ้าสมัครไว้ ผลของทุกชุดจะถูกเก็บต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่าความแม่นยำและความเร็วขยับขึ้นจริงหรือไม่ และควรกลับไปซ้อมเรื่องไหนก่อน

ผู้เขียนและการตรวจทาน

เขียนโดย
ทีมบรรณาธิการ PilotPrep
ตรวจทานโดย
ทีมตรวจทานข้อมูล PilotPrep
เผยแพร่
2026-09-10
ตรวจทานล่าสุด
2026-09-12

เนื้อหานี้อธิบายหลักการของการคัดเลือกและแบบทดสอบความถนัด ไม่ใช่ข้อสอบของสายการบินใด และไม่ได้รับรองผลการคัดเลือกของที่ใด อ่านนโยบายเนื้อหาและวิธีตรวจทาน