PilotPrep

อนุกรมตัวอักษร

อนุกรมตัวอักษร: แปลงเป็นตัวเลขก่อน แล้วกฎจะโผล่มาเอง

วิธีทำโจทย์อนุกรมตัวอักษรด้วยการแปลงตัวอักษรเป็นเลขตำแหน่ง พร้อมรูปแบบก้าวกระโดด การวนกลับ การสะท้อน และกับดักที่ทำให้ตอบผิดทั้งที่จับกฎได้แล้ว

Aptitude Testอ่าน 9 นาทีปรับปรุง 2026-09-12การให้เหตุผลเชิงตรรกะ
ภาพประกอบแถบตัวอักษร A ถึง Z ที่มีเลขตำแหน่งกำกับใต้ตัวอักษรแต่ละตัว
ภาพ: Ann H / Pexels

คำตอบสั้น ๆ

อนุกรมตัวอักษรคือโจทย์ที่ให้ลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษมาแล้วถามตัวถัดไป เคล็ดลับหลักคือเปลี่ยนตัวอักษรเป็นเลขตำแหน่ง A เท่ากับ 1 ไปจนถึง Z เท่ากับ 26 เพราะเมื่อเป็นตัวเลขแล้ว กฎที่ซ่อนอยู่จะกลายเป็นอนุกรมตัวเลขธรรมดาที่ไล่ผลต่างได้ทันที เหลือเพียงระวังเรื่องการวนกลับจาก Z ไป A และการนับตำแหน่งคลาดเคลื่อนหนึ่งช่อง

โจทย์ตระกูลนี้ดูเหมือนคนละเรื่องกับอนุกรมตัวเลข ทั้งที่โครงข้างในเหมือนกันเกือบทั้งหมด ความยากจริงอยู่ที่สมองต้องแปลงตัวอักษรเป็นตำแหน่งก่อน ซึ่งถ้ายังแปลงช้าอยู่ เวลาจะหมดไปกับการนับนิ้วแทนที่จะได้ใช้กับการหากฎ ดังนั้นงานแรกของคนที่เตรียมตัวคือทำให้การแปลงตัวอักษรเป็นเลขเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องคิด

จำหมุดหกตัวแทนการนับทีละตัว

การไล่นับจาก A ทีละตัวจนถึงตัวที่ต้องการเป็นวิธีที่ช้าและพลาดง่ายที่สุด วิธีที่เร็วกว่าคือจำหมุดไว้ไม่กี่ตัวแล้วนับขึ้นลงจากหมุดที่ใกล้ที่สุด เช่นรู้ว่า E คือ 5, J คือ 10, O คือ 15, T คือ 20, Y คือ 25 เมื่อเจอ R ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็น 18 เพราะถอยจาก T สองตัว วิธีนี้ลดเวลาแปลงลงเหลือราวหนึ่งวินาทีต่อตัวหลังฝึกไม่กี่วัน

ภาพที่ 1

หมุดตำแหน่งตัวอักษรที่ควรจำ

จำห้าถึงหกตัวนี้ก่อน แล้วนับขึ้นลงจากหมุดที่ใกล้ที่สุด วิธีเดียวกันนี้ใช้ได้กับโจทย์รหัสสัญลักษณ์ที่อธิบายไว้ที่ [[/learn/symbol-code-test|ข้อสอบรหัสและสัญลักษณ์]]

A
1
E
5
J
10
O
15
T
20
Z
26

รูปแบบที่พบบ่อยในอนุกรมตัวอักษร

รูปแบบตัวอย่างเลขตำแหน่งกฎที่อ่านได้
ก้าวคงที่C, F, I, L3, 6, 9, 12บวกทีละ 3 ตัวถัดไปคือ O
ก้าวโตขึ้นB, C, E, H2, 3, 5, 8บวก 1, 2, 3 ตัวถัดไปคือ L
สองชุดสลับกันA, Z, C, X, E1, 26, 3, 24, 5ชุดหน้าบวก 2 ชุดหลังลบ 2 ตัวถัดไปคือ V
คู่สะท้อนA-Z, B-Y, C-X1-26, 2-25, 3-24ผลบวกของคู่เท่ากับ 27 เสมอ
ก้าวถอยหลังP, M, J, G16, 13, 10, 7ลบทีละ 3 ตัวถัดไปคือ D

แถวคู่สะท้อนในตารางเป็นรูปแบบที่คุ้มค่าแก่การจำมากที่สุด เพราะถ้ารู้ว่าตัวอักษรคู่ตรงข้ามรวมกันได้ 27 เสมอ ก็หาคู่ของตัวไหนก็ได้ในหัวทันที เช่นคู่ของ G ซึ่งเป็น 7 คือตำแหน่ง 20 นั่นคือ T โจทย์ที่ออกแบบให้ดูซับซ้อนหลายข้อ แท้จริงอาศัยความสัมพันธ์เรียบง่ายข้อนี้เพียงอย่างเดียว

เดินตัวอย่างหนึ่งข้อให้จบ

สมมติโจทย์คือ D, E, G, J, N แล้วถามตัวถัดไป ขั้นแรกแปลงเป็นเลขตำแหน่งได้ 4, 5, 7, 10, 14 ขั้นที่สองไล่ผลต่างได้ 1, 2, 3, 4 ซึ่งเรียงกันชัดเจน ขั้นที่สามผลต่างถัดไปคือ 5 ตำแหน่งใหม่จึงเป็น 19 ขั้นสุดท้ายแปลงกลับ 19 คือ S เพราะถอยจาก T หนึ่งตัว ทั้งกระบวนการมีสี่ขั้นและไม่มีขั้นไหนต้องเดาเลย จุดที่คนพลาดมักไม่ใช่การหากฎ แต่เป็นการแปลงกลับผิดตอนท้ายเพราะรีบ

กับดักที่ทำให้พลาดทั้งที่จับกฎได้แล้ว

  • การวนกลับ เมื่อกฎพาเลยตำแหน่ง 26 ต้องวนกลับไปเริ่มที่ 1 ใหม่ ไม่ใช่ตันอยู่ที่ Z
  • การนับรวมตัวเริ่มต้น ทำให้ตำแหน่งคลาดไปหนึ่งช่องทุกครั้ง ให้นับช่องที่ก้าวไม่ใช่จำนวนตัวอักษร
  • ตัวอักษรที่หน้าตาคล้ายกันบนจอ เช่น I กับ J หรือ M กับ N ควรอ่านซ้ำหนึ่งรอบเมื่อตัวเลือกมีทั้งคู่
  • อนุกรมที่มาเป็นคู่ เช่น AB, DE, GH ต้องดูทั้งก้าวภายในคู่และก้าวระหว่างคู่ แยกกันสองชั้น
  • โจทย์ที่มีทั้งตัวพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก มักใช้ขนาดตัวอักษรเป็นกฎอีกชั้นซ้อนเข้ามา อ่านกฎเรื่องรูปแบบซ้อนได้ที่ การให้เหตุผลเชิงตรรกะในข้อสอบนักบิน

ลองทำจริงในหน้านี้

อนุกรมตัวอักษร

ลองแปลงเป็นเลขตำแหน่งทุกข้อก่อนคิด แล้วดูว่าเวลาที่ใช้ต่อข้อลดลงแค่ไหนเมื่อการแปลงเริ่มอัตโนมัติ

ทดลองฟรี ไม่ต้องสมัคร

อนุกรมตัวอักษร

ลำดับตัวอักษรที่ขยับตามกฎซ่อน ต้องนับระยะห่างในหัวให้เร็วกว่าที่คิด

6 ข้อ4 นาทีเฉลยพร้อมคำอธิบายทุกข้อ

ต้องการชุดเต็มและการเก็บผล ดูหน้าแบบฝึกนี้

เมื่อทำได้คล่องแล้ว โจทย์ตระกูลนี้จะกลายเป็นแหล่งเก็บคะแนนที่มั่นคงกว่าเมทริกซ์รูปภาพ เพราะกฎมันตรวจสอบได้ด้วยเลขจริง ไม่ต้องอาศัยสายตา ใครที่กำลังจัดลำดับว่าจะฝึกอะไรก่อนหลังในภาพรวมของด่านความถนัด ลองดูแผนรวมได้ที่ คู่มือเตรียมสอบความถนัดนักบิน แล้วค่อยกลับมาลงลึกทีละตระกูล

สรุปสั้น ๆ

  • แปลงตัวอักษรเป็นเลขตำแหน่งก่อนเสมอ แล้วใช้วิธีเดียวกับอนุกรมตัวเลข
  • จำหมุด A, E, J, O, T, Z แล้วนับขึ้นลงจากหมุด แทนการไล่นับจาก A
  • คู่ตัวอักษรที่สะท้อนกันมีผลบวกเท่ากับ 27 เสมอ ใช้ตัดสินใจได้เร็วมาก
  • ระวังการวนกลับเมื่อเลยตำแหน่ง 26 และการแปลงกลับคลาดหนึ่งช่อง
  • โจทย์ที่มาเป็นคู่ตัวอักษรมีกฎสองชั้น ต้องอ่านทั้งภายในคู่และระหว่างคู่

คำถามที่พบบ่อย

จำเป็นต้องท่องตำแหน่งตัวอักษรทั้ง 26 ตัวไหม

ไม่จำเป็น การจำหมุดห้าถึงหกตัวแล้วนับขึ้นลงจากหมุดเร็วพอสำหรับข้อสอบจับเวลา และจำง่ายกว่ามาก คนที่ฝึกสม่ำเสมอจะค่อย ๆ จำตำแหน่งที่เหลือได้เองโดยไม่ต้องตั้งใจท่อง

ถ้ากฎพาเลยตัว Z ไปแล้วต้องทำอย่างไร

ให้วนกลับไปเริ่มนับที่ A ใหม่ เช่นตำแหน่ง 28 คือ B เพราะเกินจาก 26 มาสองช่อง โจทย์จำนวนไม่น้อยตั้งใจวางกฎให้เลยขอบพอดี เพื่อดูว่าผู้ทำเข้าใจการวนกลับหรือเดาเอาว่ามันต้องหยุดที่ Z

อนุกรมตัวอักษรกับอนุกรมตัวเลข ควรฝึกอันไหนก่อน

ฝึกอนุกรมตัวเลขให้คล่องก่อนจะได้เปรียบ เพราะวิธีหากฎเป็นชุดเดียวกัน เมื่อไล่ผลต่างได้เร็วแล้ว อนุกรมตัวอักษรจะเหลืองานเพิ่มแค่การแปลงไปกลับ ซึ่งฝึกได้ภายในไม่กี่วัน

เจอโจทย์ที่ผสมตัวอักษรกับตัวเลขในชุดเดียวกันควรทำอย่างไร

ให้แยกเป็นสองเส้นทางก่อน อ่านเฉพาะตัวอักษรว่าเดินอย่างไร แล้วอ่านเฉพาะตัวเลขว่าเดินอย่างไร ส่วนใหญ่ทั้งสองเส้นมีกฎของตัวเองที่เรียบง่าย และความยากของข้อมาจากการวางสลับกันเท่านั้น

แหล่งข้อมูลที่ใช้

ลองฝึกต่อ

อ่านจบแล้วลองทำจริงสักชุด

แบบฝึกในระบบพัฒนาทักษะประเภทเดียวกับที่ข้อสอบคัดเลือกวัด ทดลองได้โดยไม่ต้องสมัคร ถ้าสมัครไว้ ผลของทุกชุดจะถูกเก็บต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่าความแม่นยำและความเร็วขยับขึ้นจริงหรือไม่ และควรกลับไปซ้อมเรื่องไหนก่อน

ผู้เขียนและการตรวจทาน

เขียนโดย
ทีมวิชาการ PilotPrep
ตรวจทานโดย
ทีมตรวจทานข้อมูล PilotPrep
เผยแพร่
2026-09-12
ตรวจทานล่าสุด
2026-09-12

เนื้อหานี้อธิบายหลักการของการคัดเลือกและแบบทดสอบความถนัด ไม่ใช่ข้อสอบของสายการบินใด และไม่ได้รับรองผลการคัดเลือกของที่ใด อ่านนโยบายเนื้อหาและวิธีตรวจทาน